top of page

แต่ง Music Corner ในคอนโด: เนรมิต "พื้นที่ความสุข" ขนาดเล็กของคนรักดนตรี

สไตล์ห้อง Music Coner

หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน คงไม่มีอะไรจะเยียวยาจิตใจได้ดีไปกว่าการได้ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่ม ๆ รินเครื่องดื่มแก้วโปรด แล้วเปิดเพลงจากศิลปินที่รักฟังแบบปล่อยใจ แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ใน "คอนโดมิเนียม" หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ความฝันที่จะมีห้องฟังเพลงแบบสเตอริโอชุดใหญ่ (Dedicated Listening Room) อาจดูเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม เพราะข้อจำกัดทั้งเรื่องพื้นที่ใช้สอยและปัญหาเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน


แต่ข้อจำกัดเหล่านั้น ไม่ได้แปลว่าคุณจะต้องทิ้งแพสชันในการฟังเพลงไปครับ! วันนี้ Space Maker จะมาแชร์ไอเดียการจัดสรรพื้นที่เล็ก ๆ มุมหนึ่งในห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน ให้กลายเป็น "Music Corner" หรือมุมดนตรีส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเทคนิคการ แต่งห้องฟังเพลง ในพื้นที่จำกัดให้ได้ทั้ง "คุณภาพเสียงที่ดี" และ "ดีไซน์ที่สวยงามลงตัว" ไม่รกเกะกะสายตา ด้วยเฟอร์นิเจอร์จาก Collaborative Audio Collection ที่คนรักเสียงเพลงต้องหลงรัก


กฎข้อแรกของการ "แต่งห้องฟังเพลง" ในคอนโด: จัดการพื้นที่และทิศทางเสียง  


  1. หัวใจสำคัญของการเซ็ตอัปมุมฟังเพลงในพื้นที่จำกัด คือการหา "จุดสวีทสปอต" (Sweet Spot) หรือตำแหน่งนั่งฟังที่ให้มิติเสียงดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่กว้างขวาง เพียงแค่คุณจัดสรรมุมเล็ก ๆ ที่สามารถวางเก้าอี้พักผ่อนหรือโซฟา 1 ตัว และวางลำโพงซ้าย-ขวา ให้ทำมุมเป็น "สามเหลี่ยมด้านเท่า" กับตำแหน่งที่คุณนั่งฟัง (Equilateral Triangle) เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เวทีเสียง (Soundstage) ที่สมจริงราวกับมีศิลปินมาร้องอยู่ตรงหน้าแล้ว

  2. สำหรับการ แต่งห้องฟังเพลง ในคอนโด ข้อควรระวังคือเรื่องการสะท้อนของเสียง (Acoustic Reflection) ผนังปูนเปลือยหรือกระจกบานใหญ่จะทำให้เสียงสะท้อนและฟังดูจัดจ้านเกินไป แนะนำให้หาพรมหนา ๆ สักผืนมาปูรองบริเวณหน้าลำโพง หรือติดผ้าม่านเนื้อหนาที่หน้าต่าง ซึ่งวัสดุที่เป็นผ้าเหล่านี้จะช่วยซับเสียงสะท้อน (Acoustic Treatment) ทำให้เสียงที่ออกมามีความนุ่มนวล น่าฟัง และลดเสียงเล็ดลอดออกไปรบกวนห้องข้างเคียงได้อีกด้วย


เลือกตู้เก็บเครื่องเสียงให้ถูกสเปค: หัวใจของการ "แต่งห้องฟังเพลง" แบบออดิโอไฟล์ 


เมื่อได้ตำแหน่งที่เหมาะสมแล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือ "เฟอร์นิเจอร์" ที่จะมารองรับอุปกรณ์เครื่องเสียงของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียง (Turntable), เครื่องขยายเสียง (Amplifier) หรือแผ่น Vinyl ของสะสมสุดหวง หลายคนพลาดนำอุปกรณ์ที่มีความอ่อนไหวเหล่านี้ไปวางบนชั้นไม้อัดปาติเคิลทั่วไป ซึ่งเมื่อรับน้ำหนักมากๆ นานวันเข้าชั้นจะแอ่นงอ และที่สำคัญคือไม้มีคุณสมบัติกักเก็บแรงสั่นสะเทือน ทำให้เสียงเบสบวมและเครื่องเล่นทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ


เพื่อแก้ปัญหานี้ Space Maker จึงได้ออกแบบ "Charn" (ชาญ) ตู้เก็บแผ่นเสียงและชั้นวางเครื่องเสียงดีไซน์เรียบโก้ ที่ผลิตจากเหล็กคุณภาพสูงทั้งชิ้น โครงสร้างเหล็กของตู้ Charn ให้ความแข็งแรงทนทานเป็นเลิศ สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 50 กิโลกรัม หมดปัญหาชั้นแอ่นหรือโค้งงอแม้จะวางแอมป์ตัวใหญ่หรือเก็บแผ่นเสียงจนเต็มตู้

นอกจากนี้ ตู้ Charn ยังมาพร้อมหน้าบานปิดที่ช่วยปกป้องแผ่นเสียงอันเป็นที่รักของคุณให้ปลอดภัยจากฝุ่นละอองและความชื้น ซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายของแผ่น Vinyl มีให้เลือก 2 ขนาดความกว้าง (529 มม. และ 829 มม.) พร้อมสีพิเศษ Grey Groove ที่ดูคลาสสิกและเข้ากับการ แต่งห้องฟังเพลง ทุกสไตล์


Cher Record Frame: เปลี่ยนปกแผ่นเสียงให้เป็นงานศิลปะชิ้นเอก  


การ แต่งห้องฟังเพลง ไม่ใช่แค่เรื่องของเสียง แต่คือเรื่องของ "Vibe" หรือบรรยากาศด้วย แผ่นเสียงหลายอัลบั้มมีหน้าปกที่สวยงามระดับงานศิลปะ การเก็บไว้ในตู้เพียงอย่างเดียวคงน่าเสียดาย ลองนำปกแผ่นเสียงมาใช้เป็นของตกแต่งผนัง เพื่อสะท้อนรสนิยมทางดนตรีของคุณดูสิครับ


"Cher" (เฌอ) คือกรอบใส่แผ่นเสียงดีไซน์เรียบหรูที่ Space Maker สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ Cher ไม่ใช่กรอบรูปธรรมดา แต่มีความหนาถึง 72 มม. ทำให้สามารถรองรับการเก็บแผ่นเสียงได้สูงสุดถึง 10 แผ่นในคราวเดียว คุณสมบัติเด่นคือมาพร้อมระบบล็อค Magnetic (แม่เหล็ก) ที่เปิดปิดง่าย ไม่ยุ่งยาก ให้คุณสลับหยิบแผ่นออกมาฟัง หรือเปลี่ยนหน้าปกโชว์อัลบั้มใหม่ได้ตามอารมณ์ในแต่ละวัน ไม่มีเบื่อ เพิ่มความโดดเด่นและจุดนำสายตา (Focal Point) ให้กับ Music Corner ของคุณได้อย่างไร้ที่ติ


"M Cabinet" ตัวเลือกระดับโปร สำหรับพื้นที่เอนเตอร์เทนเมนต์รวม 

 

หาก Music Corner ของคุณจำเป็นต้องใช้พื้นที่ร่วมกับโซนดูทีวีในห้องนั่งเล่น และต้องการเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ความบันเทิงแบบครบวงจร "M Cabinet" คือคำตอบที่ใช่ที่สุด M Cabinet เป็นตู้มัลติฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งทีวี เครื่องเล่นเกม และระบบเครื่องเสียงของคุณอย่างลงตัว


ตัวตู้มีขนาดความกว้างถึง 1200 มม. รับน้ำหนักได้สูงถึง 70 กิโลกรัม และมีพื้นที่เก็บของที่กว้างขวาง สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมจากซีรีส์ Dec Board เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการจัดเก็บตามความต้องการ โครงสร้างที่โปร่งช่วยเรื่องการระบายความร้อนของแอมปลิฟายเออร์หรือเครื่องคอนโซลได้เป็นอย่างดี ทำให้คุณสามารถบริหารจัดการสายไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ทำลายทัศนียภาพของมุมพักผ่อน


ดีไซน์และวัสดุ: เมื่อเฟอร์นิเจอร์เครื่องเสียงผสานกับศิลปะมินิมอล

 

การสร้าง Music Corner ในคอนโด ไม่ใช่เรื่องของขนาดพื้นที่ แต่เป็นเรื่องของการเลือกสรรอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ที่ "เข้าใจ" ทั้งเรื่องของอคูสติกส์และดีไซน์อย่างแท้จริง การผสมผสานความทนทานของเหล็กเข้ากับฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อคนรักดนตรีโดยเฉพาะ จะช่วยเติมเต็มความสุขในทุกครั้งที่คุณเปิดเพลง


มาร่วมยกระดับประสบการณ์การฟังเพลง และเนรมิตมุมพักผ่อนในฝันของคุณไปกับเฟอร์นิเจอร์ Trinity Collaborative Audio Collection จาก Space Maker ที่ผสานความเป็นเลิศด้านการออกแบบ (DEmark 2025) เข้ากับสุนทรียภาพแห่งเสียงดนตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page